เรื่องราวของ อเล็กซานเดอร์ อิซัก เริ่มต้นที่จังหวัดซวลนา เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เขาเกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน ปี ค.ศ. 1999 ตั้งแต่ยังเด็กชื่นชอบการดูฟุตบอลมาก โดยเฉพาะสโมสร AIK โซลน่า ซึ่งถือว่าเป็นทีมโปรดของครอบครัวของเขา
จนเมื่ออายุได้ 6 ขวบก็มีโอกาสได้คัดตัวเข้าไปฝึกกับอะคาเดมี่สโมสร AIK โซลน่า เมื่อร่างกายเริ่มเติบโตขึ้นเขาก็ดูจะแข็งแรงและตัวใหญ่มากกว่าเพื่อนร่วมรุ่น รวมเข้ากับฝีเท้าซึ่งถือว่ามีความเก่งมากเลยทีเดียว แต่ทางสโมสรมองว่านี่เป็นข้อเสียเพราะเขาสูงเกินไป แถมยังชอบโชว์ลีลามากกว่าจะฝึกทักษะอย่างจริงจัง

เมื่อได้คำตำหนิมาตัวของ อเล็กซานเดอร์ อิซัก และครอบครัว ก็รีบทำการแก้ไขฝึกให้เขามีวินัยมากขึ้น โฟกัสไปที่การเลี้ยงบอล จ่ายบอล ยิ่งประตูแบบพื้นฐาน เพื่อพัฒนาต่อไปยังความสามารถในการเล่นฟุตบอลร่วมกับเพื่อน จุดนี้เองทำให้ตัวเขาเริ่มฉายแววของการเป็นกองหน้า
ทำให้สโมสรเรียกตัว Alexander Isak ขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ ตอนนั้นเขามีอายุเพียง 16 ปี เมื่อลงสนามนัดแรกก็สามารถทำประตูได้ทันที ตลอดฤดูกาล 2016 -17 เขาลงเล่น 29 นัด สามารถยิงประตูไปได้ 13 ประตู นี่คือผลงานของดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยม จนหลายทีมในยุโรปยังต้องหันมามอง

ด้วยในช่วงเวลานั้นมีทีมใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด มายื่นข้อเสนอให้กับ อิซัก แม้ว่าจะเป็นเม็ดเงินจำนวนมาก แต่เจ้าตัวก็ได้ปฎิเสธ เพราะไม่อยากเข้าไปเป็นดาวรุ่งที่ถูกจับเป็นตัวสำรอง เขาต้องการโอกาสลงเล่นและโชว์ฝีเท้ามากกว่า ทำให้ Isak เลือกย้ายไปหาประสบการณ์ที่สโมสร ดอร์ทมุนด์ แต่การตัดสินใจครั้งนี้เหมือนกับเป็นความผิดพลาดที่เขาไม่อยากจำ แพราะที่บุนเดสลีก้าเจ้าตัวได้ลงเล่นน้อยมากเพียงแค่ 13 นัด ต้องเบียดแย่งกับกองหน้าดาวรุ่งมาแรงอีกคนอย่าง ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง

ทำให้ อิซัก เลือกย้ายไปยืมตัวเล่นกับสโมสรวิลเลม ทเวล เป็นทีมในสูงสุดของฮอลแลนด์ ถือว่าเป็นที่ที่ช่วยสร้างชื่อให้กับเขาอย่างมาก จากการลงเล่นไป 16 นัดยิงไปได้ 13 ประตู ช่วยทีมเข้าชิงรายการ KNVB Cup
เมื่อหมดสัญญายืมตัวกับสโมสรวิลเลม ทเวล ตัวของ อิซัก เลือกที่จะย้ายไปเล่นที่ลาลีก้าสเปน กับสโมสรเรอัล โซเซียดัด ในฤดูกาล 2019 – 20 ตอนนี้เองที่ร่างทองได้ถือกำเนิดขึ้น ใช้เวลาปรับตัวไม่นานก็ยิงประตูได้มากมาย แถมยังช่วยทีมคว้าแชมป์ โกปา เดล เรย์ ด้วยการเอาชนะทีมเรอัล มาดริด อีกด้วย

จนมาเริ่มในฤดูกาล 2020 – 21 ทีมนิวคาสเซิลได้มีโปรเจคเสริมทัพใหม่ และกลายเป็น Isak ที่คือเป้าหมายหลักที่พวกเขาต้องการ เข้าย้ายมาด้วยค่าตัว 70 ล้านยูโร หรือ 59 ล้านปอนด์ นอกจากนั้นยังมีแอดออนอีก 5 ล้านยูโร หรือ 4.2 ล้านปอนด์ ถือว่าเป็นค่าตัวสถิติ สโมสรนิวคาสเซิล เลยทีเดียว
แม้ว่าในช่วงแรกที่อาจจะยังมีคำถามอยู่ว่า อิซัก จะช่วยให้นิวคาสเซิลประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่เมื่อเขาเข้ามาเขาแทบไม่ต้องปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษเลย เขามีทุกสิ่งที่กองหน้าควรจะต้องมี อันดับแรกที่เรามองเห็นนั่นคือร่างกายอันสูงโปร่งของเขา ด้วยความสูง 6 ฟุต 3 นิ้ว ทำให้สามารถใช้ร่างกายที่ใหญ่และขายาว สอดเข้าไป Tap-In เพื่อทำประตูได้ ขึ้นเล่นกลางอากาศได้อย่างง่ายดาย ไม่ถูกกองหลังฝั่งตรงข้ามกดหรือเบียดจนเสียจังหวะแน่นอน

แม้ว่าจะสูงแต่เขาก็มีความเร็วสูงมาก สามารถฉีกกระชากกองหลังจนหลุดขึ้นไปยิงประตูอย่างง่ายดาย ทักษะในการเลี้ยงบอลของเขาถือว่ามีความคล่องตัวสูง และที่ขาดไม่ได้เลยคือความสามารถการจบสกอร์ที่เฉียบคม ไม่ว่าจะยิงมุมไหนจุดไหนก็ดูเยือกเย็นและแม่นยำ ถือว่าเป็นสิ่งที่นิวคาสเซิลกำลังต้องการตัวจบสกอร์เช่นนี้อยู่ ปัจจุบัน Isak ในฤดูกาล 2022 – 23 ยิงไป 10 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ ถือว่าเป็นสถิติที่น่าพอใจมาก ในฐานะกองหน้าสถิติสโมสรหน้าใหม่คนนี้
นอกจากผลงานที่ดีกับสโมสรนิวคาสเซิลแล้ว Alexander Isak ยังทำผลงานได้ดีกับทีมชาติสวีเดนอีกด้วย ติดทีมชาติตั้งแต่ปี 2017 ตอนนั้นเขามีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น สามารถยิงประตูได้จนกลายเป็นนักเตะทีมชาติสวีเดนอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ ปัจจุบันลงเล่นไปทั้งหมด 37 นัด ยิงไปได้ 9 ประตู เหล่าแฟนบอลชาวสวีเดนยกให้เขาเป็น นิว ซลาตัน ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่และมีสไตล์การเล่นดุดันใกล้เคียงกันนั่นเอง
ต้องยอมรับว่า อิซัก ไม่ได้มีเพียงแค่ฝีเท้าอันสุดยอดในความเป็นกองหน้าเท่านั้น แต่เขายังเป็นคนที่มีความมั่นใจสูงมาก ๆ เขาประกาศก้าวไว้เลยว่าจะพานิวคาสเซิลไปลุยศึก UCL ให้ได้ จนในฤดูกาล 2022 – 23 เขาก็สามารถพาทีมนิวคาสเซิลไปลุยในเวทีฟุตบอลยุโรปได้จริง ถือว่าเป็นการเข้าไปเล่นในรอบ 20 ปีเลยทีเดียว แม้ว่าจะตกรอบแบ่งกลุ่มไปไม่ถึงฝัน แต่ชื่อของ อเล็กซานเดอร์ Isak ก็เริ่มโด่งดังมากยิ่งขึ้น คงต้องรอลุ้นกันว่าในฤดูกาลหน้าตัวขาและนิวคาสเซิลจะทำผลงานได้ดี จนสามารถขึ้นไปเล่น UCL ได้อีกหรือไม่