ต้องยอมว่าประเทศเยอรมันมักจะมีนักฟุตบอลสตาร์ดังให้เราเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะลีกอังกฤษที่มีนักเตะเข้ามาโลดแล่นหลายต่อหลายคน หนึ่งในนั้นก็คือ ไค ฮาแวร์ตซ์ ตัวรุกดาวรุ่งที่มีความสำเร็จติดมือตั้งแต่อายุยังน้อย จนเมื่อเขาเดินทางมาสู่ทีมปืนใหญ่ คำถามหลายคำถามก็ถูกตะโกนในเขาหลายต่อหลายครั้ง ทำไมเขาจึงถูกตั้งความหวังขนาดนั้นมาดูกัน

ไค ฮาแวร์ตซ์ เกิดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ปี ค.ศ. 1999 เขาเป็นเด็กจากเมืองอาเค่น ประเทศเยอรมัน มีความตั้งใจที่อยากจะเป็นนักฟุตบออย่างแท้จริง ทำให้เมื่ออายุเพียง 4 ขวบพ่อแม่ก็ได้ส่งเข้าไปฝึกซ้อมกับอคาเดมี่อเลมาเนีย มาเรียดอร์ฟ จากนั้นก็ได้ย้ายมาฝึก อเลมาเนีย อาเค่น ทีมดังในประเทศบ้านเกิดเมื่ออายุ 10 ขวบในปี 2009 ในกลุ่มเพื่อน ๆ ฮาแวร์ตซ์ ถือว่าเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์อย่างมาก เขามีพื้นฐานฟุตบอลที่ครบถ้วน เลี้ยงบอลดี ส่งบอลแม่น และยังมีความสามารถในการยิงประตู

จนเมื่อ Kai Havertz อายุได้ 17 ปีก็ได้ย้ายมาเล่นให้กับทีมเยาวชนเลเวอร์คูเซ่น เขาได้ระเบิดฟอร์มยิงไปถึง 18 ประตูจากการลงเล่น 26 นัด นั่นทำให้ปี 2017 เขาได้ถูกจับเซ็นสัญญาขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ของสโมสรเลเวอร์คูเซ่น ได้โอกาสลงเล่นเป็นทั้งตัวจริงและตัวสำรอง เล่นไปทั้งหมด 118 นัดและยิงไปได้ 36 ประตู ถือว่าเป็นนักเตะอายุน้องที่สุดที่ได้ลงเล่นในบุนเดสลีก้า 100 เกม นี่คือตัวรุกความหวังใหญ่ของชาวเยอรมันแล้วเรียบร้อย

ด้วยฟอร์มขั้นเทพเช่นนี้ทำให้เชลซีไม่พลาดที่จะคว้าตัว ฮาแวร์ตซ์ มาร่วมทีม ด้วยค่าตัว 71 ล้านปอนด์ในปี 2020 นี่คือนักเตะที่แพงที่สุดเป็นอันดับสองของสโมสร ผลงานอันยอดเยี่ยมของเขาคือการช่วยทีมเชลซีคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 / ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2021 / ศึกชิงแชมป์สโมสรโลก 2021 แต่ท้ายที่สุดเมื่อเชลซีต้องเปลี่ยนโค้ชเขาก็เลือกที่จะย้ายทีมอีกครั้ง ซึ่งเป็นทีมร่วมเมืองอย่างอาร์เซนอลนั่นเอง

การมาถึงของ Kai Havertz ในสีเสื้ออาร์เซนอล กลับกลายเป็นคำถามของเหล่าแฟนบอลว่าดีลนี้มีประโยชน์กับทีมหรือไม่ ฟังแล้วอาจจะดูเป็นคำถามที่แรงมาก แต่ก็ต้องเข้าใจว่าเขามีค่าตัวสูงถึง 65 ล้านปอนด์เลยทีเดียว หากเรามาเจาะที่สถิติของเขาลงเล่นไป 25 นัดยิงไปได้ 5 ประตู ถือว่าไม่ได้แย่แต่อย่างไรเพราะมักจะยิงประตูสำคัญให้กับทีมเสมอ แต่หลายคนก็มองว่าเขาควรจะทำได้ดีกว่านี้
เมื่อมีโอกาสยิงกลับยิงไม่ได้ และมักจะยืนอยู่ในตำแหน่งเสียเปรียบจนไม่ได้บน นอกจากนั้นยังไม่รู้ว่า Havertz ควรจะเล่นในตำแหน่งไหนกันแน่ แม้ว่าจะเป็นตัวรุกสารพัดประโยชน์ก็จริงแต่ก็ควรมีตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมของตนเอง เพื่อช่วยให้โค้ชสามารถเลือกใช้ได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้น สำหรับฤดูกาล 2023 – 24 อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดีเท่าไหร่นักกับอาร์เซนอล แต่เชื่อว่านักเตะความหวังของเหล่าคนเยอรมันคนนี้ จะสามารถพิสูจน์ตัวเองจนก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ดังได้ในเร็ววัน