You are currently viewing ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ราชาหมาป่าผู้ซื่อสัตย์แห่งกรุงโรม !!

ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ราชาหมาป่าผู้ซื่อสัตย์แห่งกรุงโรม !!

ถ้าจะหากกล่าวถึงนักเตะในยุค 90 จะต้องมีชื่อ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ (Francesco Totti) อยู่ในใจแฟนฟุตบอลทั่วโลกหลายคน และยังเป็นไอดอล สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลรุ่นใหม่ การวางตัว ทักษะฝีเท้า มิหนำซ้ำยังเป็นแบบอย่างในการเป็นผู้นำในสนาม ตลอดการเป็นนักฟุตบอลอาชืพ เล่นให้เพียงสโมสรเดียวเท่านั้น ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี แม้ว่าจะมีทีมใหญ่มากมายต้องการ ต๊อตติ ไปร่วมทีม อาทิเช่น เรอัล มาดริด, เอซี มิลาน, ยูเวนตุส และแม้กระทั่งทีมร่วมเมืองคู่ปรับอย่าง ลาซิโอ ก็เคยให้ความสนใจอยู่ด้วยเช่นกัน

ประวัติส่วนตัว ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ

ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ เกิดเมื่อวันที่ 27 กันยายน ค.ศ 1976 ย่านปอร์ตา เมโตรเนีย ในกรุงโรม อิตาลี ในวัย 4 ขวบชื่นชอบการดูฟุตบอลเป็นอย่างมาก และเล่นฟุตบอลมาตลอดในวัยเด็ก มีครั้งนึงที่เพื่อนๆในวัยเดียวกันชวนไปทำอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล ต็อตติ จะปฎิเสธทุกครั้ง แต่ถ้าชวนไปเล่นฟุตบอลเพื่อนๆจะรู้เลยว่า ต๊อตติ ไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว

ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ

จนกระทั่งในวัยอายุ 11 ปี โลจิดานี่ เซ็นสัญญาเป็นนักเตะเยาวชนของทีม เมื่อปี 1986 ถึงปี 1989 ในช่วงที่เป็นนักเตะเยาวชนของ ”โลจิดานี่” ก็มีแมวมองของทีม เอซี มิลาน เข้ามาดูฟอร์มการเล่นและชื่นชอบในตัว ต๊อตติ เป็นอย่างมากถึงขั้นเข้าไปพูดคุยกับครอบครัว เพื่อให้ย้ายไปร่วมทีมเยาวชนของ เอซี มิลาน แต่ก็ถูกปฎิเสธทันที เพราะทางครอบครัว ต๊อตติ ต้องการรอข้อเสนอของสโมสร เอเอส โรม่า (AS Roma) ที่ชื่นชอบและเชียร์มาตลอด อีกทั้ง ”จูเซ็ปเป้ จิอันนินี่” ยังเป็นนักเตะที่ ต๊อตติ ชื่นชอบและเป็นแรงบันดาลใจให้เป็นนักฟุตบอลอีกด้วย

ต่อมากระทั่งเรื่องราวของครอบครัว ต๊อตติ ได้ไปเข้าหูทางสโมสร เอเอส โรม่า จึงได้ทำการติดต่อและเซ็นสัญญาเข้าสู่อคาเดมี่ในทันที ในปี 1989 ซึ่งตอนนั้นต๊อตติ มีอายุเพียง 13 ปี เท่านั้น แต่จากการทำผลงานที่โดดเด่นเกินเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน ต๊อตติ ก็ได้รับโอกาสขึ้นสู้ทีมชุดใหญ่ได้ในปี 1992 ในตอนนั้นวัยเพียงแค่ 16 ปี หลังจากที่ซ้อมกับทีมชุดใหญ่อยู่ไม่นาน ”วูยาดิน บอสคอฟ” (Vuyadin Boskov) ที่เป็นผู้จัดการทีมในตอนนั้นก็ให้โอกาส ต๊อตติ ลงสนามเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ 1993 ในเกมนั้น เอเอส โรม่า สามารถเอาชนะ เบรสชา ด้วยสกอร์ 2-0 เป็นการเปิดตัวให้แฟนบอลได้เห็นครั้งแรกอย่างสวยงาม

ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ

หลังจากนั้นสโมสร เอเอส โรม่า ได้เปลี่ยนผู้จัดการทีมใหม่จาก วูยาดิน บอสคอฟ ที่เคยพา ซามพ์โดเรียคว้าแชมป์ กัลโช เซเรีย อา สมัยแรกมาครองได้เมื่อในฤดูกาล 1990-1991 เป็นผู้จัดการทีมใหม่ที่มีชื่อว่า คาร์โล มัซโซเน่ (Carlo Mazzone) หลังจากการเข้ามารับตำแหน่งกุนซือคนใหม่ในปี 1993 ต๊อตติ ก็ได้รับโอกาสมากขึ้น กระทั่งในปี 1994 ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมได้สำเร็จ หลังจากนั้นเพียง 4 ปี ในปี 1998 ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ได้รับปลอกแขนกัปตันทีมหมาป่าเหลือง-แดง ในวัยเพียง 22 ปีเท่านั้นและเป็นการทำลายประวัติศาสตร์สโมสรที่กัปตันทีมอายุน้อยที่สุดลงไปได้

การมาของผู้จัดการทีมที่ชื่อ ฟาบิโอ คาเปลโล่ (Fabio Capello)

ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ

หลังจาก ต๊อตติ ได้รับปลอกแขนกัปตันทีมในเพียงปีเดียว ในปี 1999 ได้เปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่ที่ชื่อ ”ฟาบิโอ คาเปลโล่” (Fabio Capello) ในตอนนั้นไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อของกุนซือชื่อดังคนนี้และการเข้ามารับตำแหน่งเพียง 1 ปี ในปี 2000-2001 ก็สามารถพา เอเอส โรม่า คว้า ‘สคูเด็ตโต’ มาครองได้สำเร็จ

ซึ่งนักเตะในทีมชุดแชมป์ กัลโช เซเรียอา อิตาลี ประกอบไปด้วยนักเตะชื่อดังที่ คาเปลโล่ ดึงเข้ามาร่วมทีมเพื่อมาประสานงาน ต๊อตติ อาทิเช่น กาเบรียล บาติสตูต้า (Gabriel Batistuta), วินเซนโซ่ มอนเตลล่า (Vincenzo Montella), มาร์โก เดลเวคคิโอ (Marco Delvecchio) ,ฮิเดโตชิ นากาตะ (Nakata Hidetoshi), ดาเมียโน ตอมมาซี (Damiano Tommasi), มาร์กอส อัสซุนเซา (Marcos Assunção), แว็งซองต์ ก็องเดล่า (Vincent Candela), คาฟู (Cafu), วอลเตอร์ ซามูเอล (Walter Samuel), โจนาธาน เซบิน่า (Jonathan Zebina), อัลดาเอียร์ (Aldair), ฟรานเชสโก้ อันโตนิโอลี่ (Francesco Antonioli)

แต่แล้วก็มีเหตุการ์ณไม่คาดฝันเกิดขึ้นในปี 2004 คาเปลโล่ ตัดสินใจลาออกเพื่อไปรับตำแหน่ง ผู้จัดการทีม ยูเวนตุส (Juventus) และเป็นทาง ”เชซาเร่ ปรันเดลลี่” (Cesare Prandelli) เข้ามารับตำแหน่งแทนแต่ก็อยู่เพียงได้แค่ 4 เดือนก็ลาออกจากตำแหน่งไปในที่สุด

โรม่าเกิดวิกฤต

ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ

ตั้งแต่ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ได้ลาออกไปก็เปลี่ยนกุนซืออีกหลายคน ในปี 2004 รูดี้ โฟลเลอร์ (Rudi Völler) อดีตตำนานโรม่า ก็อาสาเข้ามารับตำแหน่งเพื่อกู้วิกฤต แต่ก็อยู่ได้เพียง 26 วันเท่านั้นเนื่องจากว่าทนพฤติกรรมแย่ๆของนักเตะอย่าง ”อันโตนิโอ คาสซาโน่”(Antonio Cassano) ไม่ไหว และในปี 2005 ”ลูเซียโน สปัลเล็ตติ”(Luciano Spalletti) ก็เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมโรม่า จนทำให้ต๊อตติ กลับสู่ฟอร์มเก่งอีกครั้ง และพา โรม่า คว้าแชมป์ โคปา อิตาเลีย คัพ ได้ 2 สมัยติดต่อกัน และต๊อตติ ยังได้รางวัล รองเท้าทองคำ มาครองได้ในปี 2006-2007 หลังจากระเบิดฟอร์มยิงไปถึง 26 ประตู

ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ

ในเวลาต่อมาสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป โดยเฉพาะ เรอัล มาดริด ที่ยอมทุ่มเงินมหาศาลให้กับทาง โรม่า แต่ ต๊อตติ ได้ตอบปฎิเสธ และให้เหตุผลว่า ”ต้องการอยู่กับ โรม่า จนแขวนสตั๊ด” สุดท้ายปี 2017 ต๊อตติได้ออกมาประกาศเลิกเล่นท่ามกลางแฟนบอลที่มาอำลาเต็มสนามเป็นครั้งสุดท้าย

ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ

เกียรติประวัติ

โรม่า

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
แชมป์: 2000-01
รองแชมป์: 2001-02, 2003-04, 2005-06, 2006-07, 2007-08, 2009-10

โคปปาอิตาเลีย
แชมป์: 2006-07, 2007-08
รองแชมป์: 2002-03, 2004-05, 2005-06, 2009-10

ทีมชาติอิตาลี

ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ


ฟุตบอลโลก
แชมป์: 2006
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
รองแชมป์: 2000
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี
แชมป์: 1996
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี
รองแชมป์: 1995

รางวัลส่วนบุคคล

ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ

รอยเท้าของ ต๊อตติ บน The Champions Promenade ใน โมนาโก
ฟีฟ่า 100 (125 นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ เลือกโดย เปเล่)
ติดทีมรวมดารา ฟุตบอลโลก 2006
ติดทีมรวมดารา ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2000
นักฟุตบอล เซเรียอา แห่งปี
2000, 2003
นักฟุตบอลอิตาลีแห่งปี
2000, 2001, 2003, 2004, 2007
นักฟุตบอลดาวรุ่ง เซเรียอา แห่งปี
1999
นักฟุตบอล เซเรียอา แห่งปีของ เกริน โดโร่
1998, 2004
ดาวซัลโวสูงสุด เซเรียอา
2006-07
ดาวซัลโวสูงสุดยุโรป (รองเท้าทองคำยุโรป)
2007
นักฟุตบอลแฟร์เพลย์แห่งปี เซเรียอา (ลูกบอลเงิน)
2007-08
โกลเด้นฟุต (เท้าทองคำ)
2010